Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/saisampa/domains/saisampan.net/public_html/Sources/Load.php(274) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/saisampa/domains/saisampan.net/public_html/Sources/Load.php(274) : runtime-created function on line 3
Marry Hopkin เด็กปั้นของ The Beatles
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
พฤศจิกายน 24, 2017, 12:49:41 PM

 


  หน้าแรก  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก



สถานีวิทยุออนไลน์
สายสัมพันธ์





ท่านสามารถขอเพลงฟังได้
ที่กล่องขอเพลงด้านซ้ายมือ
แต่อาจไม่ได้รับฟังทุกเพลง
เนื่องจากจะรองรับเพลงตามขอ
ของสมาชิกภายในก่อน
หน้า: [1]
 
ผู้เขียน หัวข้อ: Marry Hopkin เด็กปั้นของ The Beatles  (อ่าน 5647 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tanay2507
ปลดออกจากสมาชิก


คำขอบคุณ: 5536
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1932
สมาชิก ID: 27


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 35 : Exp 74%
HP: 0.1%


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2009, 09:09:27 PM »

หลายคนที่ชื่นชอบกับเพลงป็อปยุคปลาย 60s เคยใช้ชีวิตวัยรุ่นในยุคนั้น หากเอ่ยถึงเพลง THOSE WERE THE DAYS แล้วทุกคนจะรู้จัก เพราะท่วงทำนองเพลงนั้นโดดเด่น สนุกสนาน ฟังจับใจ คำร้องรำลึกถึงวันวานที่ยังหวานอยู่  ผู้ที่ถ่ายทอดเพลงนี้จนเป็นที่นิยมคือนักร้องสาวจากแคว้นเวลส์ที่ชื่อ แมรี่ ฮอปกิ้น (MARY   HOPKIN)  ความเป็นมาของเพลงและชีวิตส่วนตัวของสาวแมรี่ น่าสนใจเกินกว่าจะมองข้าม เพราะเธอเป็นคนเก็บตัว  ไม่ออกสังคม จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ แมรี่ ฮอปกิ้น กลับมาบันทึกเสียงกับดอลลี พาร์ตัน  นักร้องหญิงคันทรีชื่อดังในเพลง THOSE WERE THE DAYS เพลงไตเติ้ลจากอัลบั้มชื่อเดียวกันกับที่ดอลลี  พาร์ตัน เป็นแกนนำเชิญนักร้องชื่อดังอาทิเช่น แคต สตีเวนส์, โนราห์ โจนส์ และคีธ เออร์บัน มาเป็นนักร้องแบ็กกิ้ง (BACKING SINGER)
     แมรี่  ฮอปกิ้น เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1950 ที่เมือง PONTARDAWE ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นเวลส์  ประเทศอังกฤษ เธอเริ่มร้องเพลงกับคณะนักร้องในโบสถ์ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เมื่อโตเป็นสาวหันมาให้ความสนใจกับเพลงโฟล์ค   ร้องเพลงตามผับต่างๆ ในเมือง  และร้องโชว์ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นโดยยึดแบบฉบับสไตล์การร้องของโจน บาเอซ นักร้องโฟล์คชื่อดังชาวอเมริกัน
       ขณะเดียวกับที่เธอร้องเพลงออกอากาศนั้น TWIGGY นางแบบสาวและดาราภาพยนตร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพอล แมคคาร์ทนีย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทแผ่นเสียง APPLE แมรี่ ฮอปกิ้น ร้องเพลงออกในรายการโดยบังเอิญ เกิดติดใจในน้ำเสียงและสไตล์การร้องเพลง จึงโทรศัพท์ถึงพอลบอกข่าวนี้ และทราบว่าพอลกำลังมองหานักร้องสาวที่เหมาะสมมาบันทึกเสียงเพลง THOSE WERE THE DAYS พอลจึงให้ผู้ช่วยโทรศัพท์ติดต่อให้แมรี่เดินทางมาที่สตูดิโอแอปเปิล ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลอนดอนโดยด่วน
       เพลง THOSE WERE THE DAYS ที่กล่าวถึงนั้น เดิมเป็นเพลงพื้นบ้านของชาวลิทูเนีย (เคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต) ชื่อ DAROGOI DLIMMOYO ภายหลังนักแต่งเพลงชาวอเมริกันชื่อ ยีน แรสกิน  (GENE RASKIN) นำมาใส่เนื้อร้องใหม่ พอล แมคคาร์ทนีย์ ค้นพบเพลงนี้ในปี ค.ศ. 1966 ในขณะที่ยีน แรสกิน กำลังร้องเพลงนี้ในผับ THE BLUE ANGEL ซึ่งตั้งอยู่ย่านเบิร์กลีย์สแควร์ใจกลางลอนดอThose Were The Days

Once upon a time there was a tavern

Where we used to raise a glass or two

Remember how we laughed away the hours

And dreamed of all the great things we would do

Those were the days my friend

We thought they'd never end

We'd sing and dance forever and a day

We'd live the life we choose

We'd fight and never lose

For we were young and sure to have our way.

La la la la...

Those were the days, oh yes those were the days

Then the busy years went rushing by us

We lost our starry notions on the way

If by chance I'd see you in the tavern

We'd smile at one another and we'd say

Those were the days my friend

We thought they'd never end

We'd sing and dance forever and a day

We'd live the life we choose

We'd fight and never lose

For we were young and sure to have our way.

La la la la...

Those were the days, oh yes those were the days

Just tonight I stood before the tavern

Nothing seemed the way it used to be

In the glass I saw a strange reflection

Was that lonely woman really me

Those were the days my friend

We thought they'd never end

We'd sing and dance forever and a day

We'd live the life we choose

We'd fight and never lose

For we were young and sure to have our way.

La la la la...

Those were the days, oh yes those were the days

Throught the door there came familiar laughter

I saw your face and heard you call my name

Oh my friend we're older but no wiser

For in our hearts the dreams are still the same

Those were the days my friend

We thought they'd never end

We'd sing and dance forever and day

We'd live the life we choose

We'd fight and never lose

For we were young and sure to have our way.

La la la la...

Those were the days, oh yes those were the days
(เดี๋ยวขึ้น Reply ใหม่นะครับ มันจะได้ไม่ยาวรุงรังเกินไป
สมาชิกใหม่ทุกท่าน >>> กดที่นี่

ท่านเป็นเช่นนี้หรือไม่ ?
1 login ... เข้าเวป
2 หาเพลงโหลด
3 มีให้โหลด ตอบเพื่อโหลด ไม่มีให้โหลด ไปข้อ4
4 logout ... ไปดีกว่า
อา-ราย-หว่า ???

บันทึกการเข้า
tanay2507
ปลดออกจากสมาชิก


คำขอบคุณ: 5536
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1932
สมาชิก ID: 27


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 35 : Exp 74%
HP: 0.1%


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2009, 09:10:12 PM »

        หลังจากที่พอล แมคคาร์ทนีย์ พูดคุยและทดสอบเสียงร้องของแมรี่ ฮอปกิ้น จนเป็นที่น่าพอใจ จึงตัดสินใจให้เธอมาบันทึกเสียงเพลง THOSE WERE THE DAYS ในวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1968 โดยที่ตัวพอล  แมคคาร์ทนีย์  ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ในการบันทึกเสียงครั้งนี้ 


        หลังจากที่แผ่นเสียงวางออกจำหน่ายในช่วงเวลาหนึ่งเดือนต่อมา เปิดผ่านทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ  THOSE  WERE THE DAYS ได้รับความนิยมขึ้นถึงอันดับหนึ่งในบริติชชาร์ต ผลัก HEY JUDE ที่กำลังครองอันดับหนึ่งในเวลานั้นให้หล่นลงมา ซิงเกิล  THOSE WERE THE DAYS ทำยอดจำหน่ายกว่าแปดล้านก๊อบปี้ทั่วโลก ไม่นานหลังจากนั้น แซนดี้ ชอว์  นักร้องป็อปชื่อดังอีกคนนำไปบันทึกเสียง แต่ความนิยมสู้เวอร์ชั่นของแมรี่  ฮอปกิ้น ไม่ได้   สำหรับในอเมริกา THOSE WERE THE DAYS ขึ้นถึงแค่อันดับสองในชาร์ตบิลบอร์ด หลังจากนั้นมีศิลปินชาติต่างๆ ที่นำ THOSE  WERE  THE DAYS ไปใส่คำร้องในภาษาของตน อาทิ สแปนนิช ฝรั่งเศส อิตาเลียน เยอรมัน และฮิบบริว ที่ประสบความสำเร็จอาทิเวอร์ชั่นภาษาฝรั่งเศส ขับร้องโดยดาลิดา
      เดือนมีนาคม  ค.ศ. 1969 แมรี่ ฮอปกิ้น ออกอัลบั้มชุด POST CARD หลายเพลงในอัลบั้มชุดนี้เป็นงานเขียนของโดโนแวน อาทิเช่น VOYAGE TO THE MOON และ LORD OF THE REEDY RIVER ขณะเดียวกันเธอออกคอนเสิร์ตทัวร์กับเองเกิลเบิร์ต  ฮัมเปอร์ดิงก์  ไปตามเมืองต่างๆ รอบเกาะอังกฤษ หลังจากนั้นในเดือนเมษายน  แมรี่  ฮอปกิ้น ออกซิงเกิลแผ่นที่สองชื่อ GOOD BYE อันเป็นงานเขียนของจอห์น เลนนอน  กับพอล แมคคาร์ทนีย์ เมื่อเปิดออกอากาศผ่านทางวิทยุ GOOD BYE ได้รับความนิยมติดอันดับ 2 บริติชชาร์ต ขณะที่ GET BACK ของเดอะบีทเทิลส์อยู่อันดับหนึ่ง


       ย้อนกลับไปในช่วงระหว่างที่เธอบันทึกเสียงซิงเกิล  GOOD BYE  ในสตูดิโอเธอได้พบกับโทนี วิสคอนติ (TONY VISCONTI) โปรดิวเซอร์ผลิตอัลบั้มชื่อดังอีกคนหนึ่ง ดูเหมือนเขาทั้งสองจะเข้ากันได้ดี  เพราะต่างมีรสนิยมคล้ายกัน  ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ.1971 วิสคอนติกลายเป็นสามีคนแรกของเธอ ต่อมาเธอได้กำเนิดทายาท 2 คนแก่เขา จนกระทั่งปี ค.ศ. 1981 ทั้งคู่จึงแยกทางเดิน


        ปี ค.ศ.1969  แมรี่ ฮอปกิ้น ได้รับโหวตเป็นนักร้องหญิงยอดนิยมสูงสุดของอังกฤษ บรรดาแฟนๆ  ต่างเรียกร้องให้เธอออกงานใหม่  ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1970 แมรี่ ฮอปกิ้น ออกซิงเกิลใหม่ TEMMA HARBOUR โดยมีมิคกี้ โมสต์ ซึ่งเคยทำงานกับโดโนแวนมาเป็นโปรดิวเซอร์ TEMMA HARBOUR ขึ้นถึงอันดับ 6 ในบริติชชาร์ต ส่วนในอเมริกาติดแค่อันดับ 39 ในชาร์ตบิลบอร์ด จากนั้นในเดือนเมษายนตามด้วยซิงเกิลแผ่นใหม่ KNOCK KNOCK WHO'S THERE มิคกี้ โมสต์ เป็นโปรดิวเซอร์เช่นเคย เมื่อออกจำหน่ายได้รับความนิยมขึ้นถึงอันดับ 2 แวดวงบันเทิงอังกฤษเลยเลือก KNOCK KNOCK WHO'S THERE พร้อมกับแมรี่  ฮอปกิ้น ส่งเข้าแข่งขันประกวดร้องเพลงในมหกรรม 1970 EUROVISION SONG CONTEST เป็นที่น่าเสียดายที่เธอต้องพ่ายแพ้แก่ DANA นักร้องสาธารณรัฐไอร์แลนด์ในเพลง ALL KINDS OF EVERYTHING
[/color]
(ต่อกันอีกซัก Reply นะครับ ช้าอีตรงหารูปประกอบนี่แหละ)
สมาชิกใหม่ทุกท่าน >>> กดที่นี่

ท่านเป็นเช่นนี้หรือไม่ ?
1 login ... เข้าเวป
2 หาเพลงโหลด
3 มีให้โหลด ตอบเพื่อโหลด ไม่มีให้โหลด ไปข้อ4
4 logout ... ไปดีกว่า
อา-ราย-หว่า ???

บันทึกการเข้า
tanay2507
ปลดออกจากสมาชิก


คำขอบคุณ: 5536
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1932
สมาชิก ID: 27


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 35 : Exp 74%
HP: 0.1%


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2009, 09:10:57 PM »

        เดือนสิงหาคม  ค.ศ. 1970  แมรี่  ฮอปกิ้น นำเพลงเก่าจากภาพยนตร์เรื่อง THE MAN  WHO  KNEW  TOO  MUCH  เพลง  QUE  SERA SERA (WHATEVER WILL BE, WILL BE) มาเรียบเรียงเสียงดนตรีใหม่ ฟังออกโฟล์ค แล้วนำไปบันทึกเสียง เฉพาะในอเมริกาที่เพลงนี้ได้รับความนิยมขึ้นถึงแค่อันดับ  77  ในชาร์ตบิลบอร์ด ถัดมาอีก 3 เดือนในเดือนพฤศจิกายน แมรี่ ฮอปกิ้น ออกซิงเกิลใหม่ THINK ABOUT  YOUR CHILDREN ซึ่งเขียนโดยเออรอล บราวน์ สมาชิกและแกนนำของวง HOT CHOCOLATE สำหรับในอังกฤษขึ้นถึงอันดับ 19 ส่วนในอเมริกาติดแค่อันดับ 87 นับเป็นเพลงสุดท้ายของเธอที่ติดชาร์ตบิลบอร์ด
         ปี ค.ศ. 1971  แมรี่ ฮอปกิ้น ออกอัลบั้มชุด EARTH SONG-OCEAN SONG โดยมีโทนี วิสคอนติ เป็นโปรดิวเซอร์  อัลบั้มชุดนี้เธอได้รวบรวมงานของศิลปินโฟล์คมีชื่อหลายคนมาไว้  อาทิเช่น STREETS OF LONDON  (RALPH  McTELL), THE  WIND  (แคต สตีเวนส์),  INTERNATIONAL (GALLAGHER & LYLE) และ HOW COME, THE SUN (ทอม แพ็กซ์ตัน) นับเป็นอัลบั้มชุดสุดท้ายของเธอที่อยู่กับสังกัดแอปเปิล
       หลังจากที่แต่งงานกับโทนี  วิสคอนติ ในปลายปี  ค.ศ. 1971 แมรี่ ฮอปกิ้น ออกแผ่นซิงเกิลกับอีกหลายบริษัท  รวมทั้งบริษัทของวิสคอนติเอง ชื่อสังกัด GOOD EARTH เพลงที่โดดเด่นขึ้นบริติชชาร์ตได้แก่เพลง  IF  YOU LOVE ME (REALLY LOVE ME) (#32) นอกจากนี้แล้วเธอยังร้องเพลงแบ็กอัพให้กับเดวิด โบวอี้ ในเพลง LOW ร่วมงานกับวง THIN LIZZY และวงโฟล์คร็อก STEELEYE SPAN จากนั้นก็เงียบหายจากวงการเพราะใช้เวลาส่วนใหญ่เลี้ยงดูลูกน้อยสองคนที่เกิด กับวิสคอนติ   จนกระทั่งปี  ค.ศ. 1980  เธอหวนกลับคืนสู่วงการเพลงอีกครั้ง โดยรวมตัวกับเพื่อนศิลปินอีก  2  คน  ตั้งวงทริโอชื่อ SUNDANCE  สมาชิกอีกสองคนประกอบด้วย MIKE HURST (อดีตสมาชิก THE SPRINGFIELDS)  และ  MIKE  DEALBUQUERQUE (อดีตสมาชิก ELO) SUNDANCE ออกซิงเกิล WHAT'S LOVE ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1981  ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ไม่นานหลังจากนั้นจึงยุบวง 
 

     ปี ค.ศ. 1984 แมรี่ ฮอปกิ้น เป็นข่าวอีกครั้งเมื่อฟอร์มวงใหม่ชื่อ OASIS (คนละวงกับบริติชป็อป) สมาชิกประกอบด้วยนักเปียโน นักแต่งเพลงชื่อ PETER SKELLERN และ JULIAN LLOYD WEBBER นักเชลโล่ชื่อดัง เมื่อออกอัลบั้มชุด OASIS ประสบความสำเร็จเกินคาด ติดอันดับ 23 อัลบั้มจำหน่ายสูงสุดในอังกฤษ การกลับมาของเธอครั้งนี้จำต้องสิ้นสุดในระยะเวลาอันสั้น เพราะเธอเกิดป่วยหนักกะทันหัน จำต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน
 

      หลังจากเงียบหายไปหลายปี  ใน ค.ศ.1989  แมรี่ ฮอปกิ้น ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ชื่อชุด  SPIRIT อัลบั้มโซโล่ชุดแรกหลังจากชุด  EARTH  SONG/OCEAN SONG ที่ออกในปี ค.ศ. 1971 อัลบั้มไม่ได้รับการตอบรับเพียงพอจากแฟนๆ ทำให้เธอกลับไปใช้ชีวิตสันโดดที่บ้านพักในชนบทอีกครั้ง
       จากข้อมูลของเจอร์รี่  แม็กซิม เอเย่นต์ของเธอ แมรี่ ฮอปกิ้น พักอยู่คนเดียวระหว่างบ้านสองบ้าน บ้านหนึ่งในชนบทแคว้นเวลส์ใกล้กับบ้านคุณแม่ของเธอ  อีกบ้านเป็นบ้านแบบชาวนา (FARM HOUSE) ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เธอไม่ใช้โทรศัพท์ สื่อสารกับเธอได้ทางเดียวโดยนกพิราบ แมรี่ ฮอปกิ้น ติดต่อกับแฟนเพลงบางครั้งทางอีเมล  เพราะมีแฟนเพลงกลุ่มหนึ่งที่ยังคลั่งไคล้ในตัวเธอ  จัดทำเว็บไซต์ให้เธอโดยเฉพาะ และแล้วอยู่ๆ ก็มีข่าวแมรี่ ฮอปกิ้น ได้รับการทาบทามมาจากดอลลี พาร์ตัน นักร้องหญิงคันทรีชื่อดัง เชิญเธอมาร้องเพลงแบ็กอัพ THOSE WERE THE DAYS เพลงฮิตที่เธอเคยสร้างชื่อให้กับเธอในปี ค.ศ. 1968 แถมเธอตกลงอีกด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะศิลปินทั้งสองชื่นชมซึ่งกันและเป็นเวลาหลายปีอยู่แล้ว  แมรี่ ฮอปกิ้น บันทึกเสียง THOSE WERE THE DAYS ที่สตูดิโอแห่งหนึ่งในแคว้นเวลส์ เสร็จแล้วเทปถูกส่งถึงมือดอลลี  พาร์ตัน ในอเมริกา  นำไปมิกซ์กับเสียงร้องของดอลลี  พาร์ตัน บรรจุในอัลบั้มชื่อเดียวกับเพลง  เสร็จเรียบร้อยเพิ่งจะวางตลาดในอังกฤษเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  สำหรับบ้านเราตามหาซื้อยากหน่อย  อยากได้ด่วนคงต้องซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตระบุอัลบั้ม THOSE WERE THE DAYS โดยดอลลี พาร์ตัน.

 
[/color]
อ้างอิงจาก ดำรัส โรจนพิเชฐ

Email : dumrasfilm@Yahoo.com
จบแล้วครับ ส่วนอัลบั้มต่างๆ หาเอาจากที่ท่านสมาชิกใจดีโพสท์เอาไว้นะครับ

ผมขอเพิ่มเติมอีกนิด เนี่องจากเกี่ยวเนื่องกัน สำหรับใครที่กำลังตามหาผลงานของ ป้า Dolly Parton ซึ่งผลงานชุดนี้มีป้า Marry Hopkin เข้ามาเอี่ยวด้วย(หน่อยนึง) ก็โหลดกันได้เลยนะครับ



http://rapidshare.com/files/55495973/dptwtd.rar
1.   Those Were the Days
   2.   Blowin' in the Wind
   3.   Where Have All the Flowers Gone
   4.   Twelfth of Never
   5.   Where Do the Children Play
   6.   Me and Bobby McGee
   7.   Crimson and Clove
   8.   The Cruel War
   9.   Turn, Turn, Turn
   10.   If I Were a Carpenter
   11.   Both Sides Now
   12.   Imagine
สมาชิกใหม่ทุกท่าน >>> กดที่นี่

ท่านเป็นเช่นนี้หรือไม่ ?
1 login ... เข้าเวป
2 หาเพลงโหลด
3 มีให้โหลด ตอบเพื่อโหลด ไม่มีให้โหลด ไปข้อ4
4 logout ... ไปดีกว่า
อา-ราย-หว่า ???

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
 
 
กระโดดไป:  






Saisampan.net
สายสัมพันธ์ - เพลงลูกทุ่งเก่า (เก่ากว่าที่ท่านคิด)
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2011, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!