ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
กันยายน 23, 2019, 02:30:19 PM

 


  หน้าแรก  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก



สถานีวิทยุออนไลน์
สายสัมพันธ์





ท่านสามารถขอเพลงฟังได้
ที่กล่องขอเพลงด้านซ้ายมือ
แต่อาจไม่ได้รับฟังทุกเพลง
เนื่องจากจะรองรับเพลงตามขอ
ของสมาชิกภายในก่อน
หน้า: [1]
 
ผู้เขียน หัวข้อ: หินบำบัด  (อ่าน 1780 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nongna
ปลดออกจากสมาชิก


คำขอบคุณ: 1731
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 589
สมาชิก ID: 1301


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 19 : Exp 68%
HP: 0%

สวัสดีค่ะ


« เมื่อ: ตุลาคม 12, 2011, 11:27:51 AM »

หินบำบัด อีกความเชื่อที่หลายคนกล่าวถึง และให้ความนิยม ทั้งนำมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับ หรือพกไว้ใกล้ตัว ด้วยความเชื่อที่ว่าจะช่วยบำบัดรักษาอาการของโรคภัยบางอย่างได้ !
      
       เรื่องราวของความเชื่อนี้มีที่มาอย่างไร “หิน” จะสามารถรักษาโรค หรือบำบัดอาการป่วยได้จริงหรือ และหินที่มีหลากหลายชนิดนั้น ชนิดไหนกันล่ะ ที่จะมีพลัง นำมาบำบัดรักษาโรคได้บ้าง

   
       เราขอพาคุณไปเจาะลึก ถอดรหัสความเชื่อในเรื่องนี้ไปกับ “อาจารย์จุฑามาศ ณ สงขลา” ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์หินบำบัด แห่ง HOROWORLD ในเอสพลานาด รัชดา ด้วยความที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการหินบำบัดมานานหลายปี แถมยังจบการศึกษาเฉพาะด้านหินจากประเทศออสเตรเลีย และประเทศเยอรมนี ท่านจึงมีเรื่องราวของหินหลากหลายแง่มุม มาบอกเล่าให้ฟังเพียบเลยค่ะ
      
       ด้วยเป็นเรื่องของความเชื่อ เราจึงขอย้ำกันไว้ว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ
      
       “สาเหตุที่นำหินมาบำบัดรักษาคนได้ ก็เพราะหินมีอายุเยอะ กว่าจะเกิดเป็นหินได้ต้องใช้เวลาหลายพันปี และหินจะประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งแร่ธาตุที่แตกต่างกันนี้เอง ทำให้หินในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ในตัวของหินจะประกอบไปด้วยธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ นี่แหละ เหมือนมนุษย์เลย มนุษย์ก็ประกอบไปด้วยธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
      
       ด้วยความที่หินต้องเจอทั้งสายลม แสงอาทิตย์ แสงจันทร์ รังสีต่างๆ เลยทำให้หินมีคลื่นพลังที่ดีเช่นเดียวกับมนุษย์ มนุษย์ก็มีคลื่นพลังในร่างกาย คลื่นพลังงานของหินและมนุษย์ จึงสื่อสารถึงกันได้ ดังนั้นเมื่อนำหินมาวางบนร่างกาย คลื่นพลังงานของหิน ซึ่งจะเป็นคลื่นอ่อนๆ ก็จะสามารถส่งเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ได้ รวมไปถึงแร่ธาตุบางอย่าง ที่มีอยู่ในหินก็นำมาบำบัดร่างกายได้
      
       ด้วยสาเหตุนี้ จึงมีคนเอาหินมาบำบัด หรือรักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ประเทศอินเดียในอดีต เคยมีการจดบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งเกิดโรคบิดระบาดทั่วประเทศ จึงได้มีการนำมรกต มาบดผสมกับมะนาว แล้วให้คนทานเข้าไป เมื่อทานแล้วคนก็หายจากโรค หรืออย่างในประเทศอียิปต์ ก็เคยมีการจดบันทึกไว้ว่า การนำหินสีน้ำเงินที่ชื่อ ลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli) มาบดแล้วทาที่ตา จะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา ปัจจุบันเลยมีคนนำเอาหินชนิดนี้ไปผสมไว้ในอายแชโดว์ (Eyes Shadow) เพื่อให้ช่วยเรื่องการบำรุงดวงตา
      
       หรืออย่างการนำเอาพวกปะการัง มาทำที่เสียบแปรงสีฟัน หรือเอาหินบางชนิดมาทำถ้วยที่ใช้บ้วนปาก แปรงฟัน แล้วช่วยรักษาโรคเหงือกและฟันได้ เหล่าก็มีการจดบันทึกเอาไว้ทั้งนั้น กระทั่งปัจจุบันก็มีการนำเอาภูมิปัญญาเรื่องหินนี้กลับมาใช้อีก” อ.จุฑามาศ เกริ่นนำ เรื่องความเป็นมาของการใช้หินบำบัดรักษาโรค ที่มีมาตั้งแต่อดีต
      
       บำบัด ได้ผลดีกับโรคทางใจ

       ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหินบำบัด ระบุว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว หินใช้เยียวยาโรคที่เกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจได้ดี ที่สำคัญยังแนะนำด้วยว่า ควรใช้หินบำบัด ควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบันค่ะ
      
       “โรคส่วนใหญ่ที่ใช้หินบำบัดมักจะเป็นโรคทางใจ ไม่ใช่โรคทางกาย อย่างอาการเครียด ปวดหัว นอนไม่หลับ อกหัก รักเป็นพิษ แบบนี้จะเป็นโรคที่เห็นชัดเจนว่าหินบำบัดได้ หรืออย่างเช่น ในคนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เมื่อมาใช้หินบำบัด เราจะบอกไว้เลยว่า หินไม่ได้รักษาให้มะเร็งหาย แต่หินจะช่วยบำบัดใจให้ลุกขึ้นสู้เท่านั้น ซึ่งแม้จะไม่ได้ช่วยรักษาที่ตัวร่างกายแบบเห็นได้ชัด แต่เรื่องของการรักษาจิตใจนั้นสำคัญมาก เพราะพระพุทธเจ้าก็ทรงตรัสว่า ‘ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว’ เพราะฉะนั้นถ้าเราบำบัดจิตใจของผู้ป่วยให้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น เขาอาจจะมีแรงใจที่ดี ที่จะทำให้ต่อสู้กับโรคร้ายได้ แต่เราก็จะบอกเสมอว่า การใช้หินในการบำบัดโรคนี้ ให้ใช่ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน คือให้หินช่วยในเรื่องเสริมจิตใจให้ดีขึ้น พอจิตใจดีร่างกายก็จะได้ดีขึ้นตาม”
      
       กูรูเรื่องหินของเรา ย้ำด้วยว่า หากต้องการให้ การใช้หินบำบัดโรคได้ผลดี สิ่งสำคัญประการแรกคือ ผู้ใช้ต้องมีความเชื่อเสียก่อน
      
       “เวลาที่เราจะใช้หินบำบัดเราต้องเชื่อก่อนค่ะ อย่างเช่นตัวอาจารย์เอง ครั้งแรกที่ตัดสินใจไปเรียนเรื่องหิน เพราะตอนนั้นตัวเองเป็นโรคเกี่ยวกับเม็ดเลือด ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดค่อนข้างสูง แล้วเราก็เชื่อเรื่องของพลังก่อน พลังอะไรก็ได้ในโลกนี้ เราจะเรียน แล้วครูฝรั่งเขาพูดตอนที่เราจะไปเรียนว่า ‘ไม่มีใครตอบได้ว่าคุณจะหายจากโรคหรือไม่ แต่มันจะเป็นไปได้ ถ้าคุณเชื่อมัน’ ฉะนั้นเรื่องแบบนี้ ถ้ามีคนสองคน ป่วยเหมือนกัน คนหนึ่งมาด้วยความเชื่อสุดๆ ฉันไม่รู้จะเชื่ออะไรอีกแล้ว ไม่มีความหวัง เชื่ออันนี้แหละ ในขณะที่อีกคน มาแบบ ไม่ได้มีความเชื่ออะไร เขาก็ไม่หายนะ แต่อีกคนที่เชื่อ อาการกลับดีขึ้นราวปาฏิหาริย์ เพราะบางทีมันแค่คลิกนิดเดียวเอง พอจิตปลดปล่อยพันธนาการไปแล้ว ความเจ็บป่วยมันก็ดีขึ้น”
      
       หลังอธิบายเรื่องของหินบำบัดจนกระจ่างแล้ว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหินแห่ง HOROWORLD จึงแนะนำหินบำบัด ที่มีพลังโดดเด่น และเป็นที่นิยมในปัจจุบันมาให้เราได้รู้จักกันค่ะ

   
       หินสีเขียว
      
       “หินสีเขียว เช่นหินที่มีชื่อว่า ฟลูออไรต์ (Fluorite) จะมีคุณสมบัติในการบำบัดขา เข่า กระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ อย่างในอดีตมีการบันทึกว่า ถ้าปวดขา ปวดเข่า ก็สามารถใช้หินนี้ในการบรรเทาอาการปวดได้
      
       หินฟลูออไรต์ จะมีสีเขียวเข้ม สีม่วงนิด ขาวหน่อย เขียวอ่อนอีกหน่อย อยู่ในเนื้อเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เห็นว่าหินชนิดนี้มีพลังในการบำบัดได้ ชัดที่สุดคือ การนำฟลูออไรด์ มาสกัดเป็น สารฟลูออไรด์ (Fluoride) แล้วผสมในยาสีฟัน นั่นก็เป็นเพราะแร่ธาตุชนิดนี้มีคุณสมบัติในการบำรุงกระดูกและฟัน หินชนิดนี้เป็นที่นิยม และเมื่อนำมาใช้จะเห็นผลค่อนข้างชัด เช่น หากมีอาการปวดขา ปวดเข่า หากมีหินฟลูออไรด์ก้อนใหญ่ สามารถ นำหินนั้นไปแช่ทิ้งไว้ในอ่างน้ำสัก 10-30 นาที แล้วเอาเท้าลงไปแช่ ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดขา ปวดเข่าได้
[/size][/size]
สมาชิกใหม่ทุกท่าน >>> กดที่นี่

ท่านเป็นเช่นนี้หรือไม่ ?
1 login ... เข้าเวป
2 หาเพลงโหลด
3 มีให้โหลด ตอบเพื่อโหลด ไม่มีให้โหลด ไปข้อ4
4 logout ... ไปดีกว่า
อา-ราย-หว่า ???

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 12, 2011, 11:28:41 AM โดย nongna » บันทึกการเข้า

สวัสดีค่ะคุณผู้เยี่ยมชมยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
หน้า: [1]
 
 
กระโดดไป:  






Saisampan.net
สายสัมพันธ์ - เพลงลูกทุ่งเก่า (เก่ากว่าที่ท่านคิด)
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2011, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!