ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ธันวาคม 19, 2018, 04:34:11 AM

 


  หน้าแรก  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก



สถานีวิทยุออนไลน์
สายสัมพันธ์





ท่านสามารถขอเพลงฟังได้
ที่กล่องขอเพลงด้านซ้ายมือ
แต่อาจไม่ได้รับฟังทุกเพลง
เนื่องจากจะรองรับเพลงตามขอ
ของสมาชิกภายในก่อน
หน้า: [1]
 
ผู้เขียน หัวข้อ: 6.โอม มณี ปัทเม หุม (มีเสียงดนตรีประกอบสไตล์วัชรยาน)  (อ่าน 1404 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tanay2507
ปลดออกจากสมาชิก


คำขอบคุณ: 5537
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1931
สมาชิก ID: 27


Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 35 : Exp 73%
HP: 0.1%


เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2012, 10:36:18 AM »


<a href="http://www.divshare.com/flash/audio_embed?data=YTo2OntzOjU6ImFwaUlkIjtzOjE6IjQiO3M6NjoiZmlsZUlkIjtzOjg6IjE5MjYxNjQ0IjtzOjQ6ImNvZGUiO3M6MTI6IjE5MjYxNjQ0LTcyNSI7czo2OiJ1c2VySWQiO3M6NjoiOTkwMDAwIjtzOjEyOiJleHRlcm5hbENhbGwiO2k6MTtzOjQ6InRpbWUiO2k6MTM0Mzc5MTA3NDt9&amp;autoplay=default" target="_blank">http://www.divshare.com/flash/audio_embed?data=YTo2OntzOjU6ImFwaUlkIjtzOjE6IjQiO3M6NjoiZmlsZUlkIjtzOjg6IjE5MjYxNjQ0IjtzOjQ6ImNvZGUiO3M6MTI6IjE5MjYxNjQ0LTcyNSI7czo2OiJ1c2VySWQiO3M6NjoiOTkwMDAwIjtzOjEyOiJleHRlcm5hbENhbGwiO2k6MTtzOjQ6InRpbWUiO2k6MTM0Mzc5MTA3NDt9&amp;autoplay=default</a>

6. OM MANI PADME HUM by Imee Ooi

แสดงความคิดเห็นหน่อยค่ะ

ตำนานกวนอิมพันมือ มนตร์แห่งกรุณา โอม มณี ปัทเม หุม

มนตร์แห่งกรุณา โอม มณี ปัท เม หุม คนธิเบตออกเสียงเป็น โอม มณี เปเม หุง มนตร์บทนี้เปี่ยมด้วยพระกรุณา และ พระพรของพระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทั้งมวล โดยเฉพาะพระอวโลกิเตศวร พระพุทธเจ้าผู้ทรงมหากรุณา พระอวโลกิเตศวรคือรูปปรากฎแห่งพระพุทธเจ้าในสัมโภคกาย และมนตร์ของพระองค์ถือเป็นสารัตถะแห่งการุณยธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีต่อสรรพสัตว์ ท่านปัทมสัมภวะ เป็นอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวธิเบตฉันใด อวโลกิเตศวรก็เป็นพระพุทธเจ้า และเทพที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับชาวธิเบตฉันนั้นมีคำกล่าวอันลือชื่อว่า พระพุทธเจ้าแห่งมหาการุณยธรรมได้สถิตอยู่ในจิตสำนึกของชาวธิเบต กระทั่งว่าเด็กคนใดที่สามารถพูดคำว่า"แม่" ได้ ย่อมเอ่ยมนตร์ โอม มณี ปัทเม หุม ได้

กล่าวกันว่าหลายกัปกัลป์นานมาแล้ว เจ้าชายพันองค์ได้อธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้า มีองค์หนึ่งได้กลายเป็นพระพุทธเจ้าที่เรารู้จักนามว่า โคตมะสิทธัตถะ อย่างไรก็ตาม พระอวโลกิเตศวรได้อธิษฐานไม่เข้าถึงความรู้แจ้ง จนกว่าเจ้าชายพันองค์ได้กลายเป็นพระพุทธเจ้าด้วย ด้วยพระกรุณาอีนหาประมาณไม่ได้ พระองค์ยังอธิษฐานขอปลดเปลื้องสรรพสัตว์จากความทุกข์ในทุกภพภูมิแห่งวัฏสงสาร ทรงสวดเบื้องพระพุทธเจ้าแห่งทิศทั้งสิบว่า "ขอให้ข้าพเจ้าช่วยเหลือสรรพสัตว์ และหากข้าพเจ้าเหนื่อยล้าในภาระกิจอันยิ่งใหญ่นี้ ขอให้ร่างข้าพเจ้าแตกสลายนับพันเสี่ยง " กล่าวกันว่าท่านลงไปยังนรกภูมิก่อน แล้ว ผ่านเปตภูมิขึ้นไปยังเทวภูมิ ณ เทวภูมินั่นเอง พระองค์บังเอิญมองลงไปแล้วก็พบอย่างไม่คาดคิดว่า แม้พระองค์ได้ช่วยสัตว์ไม่มีประมาณให้พ้นจากนรก กระนั้นยังมีอีกนับไม่ถ้วนหลั่งไหลไปยังนรก พระองค์จึงทรงสังเวชใจอย่างที่สุด ชั่วขณะนั้นเองที่พระองค์เกือบสิ้นศรัทธาในคำอธิษฐานอันสูงส่งนั้น แล้วพระวรกายของพระองค์ก็แตกเป็นพันเสี่ยงด้วยความทดท้อ พระองค์เพรียกหาพระพุทธเจ้าทั้งหลายเพื่อขอความช่วยเหลือจากทั่วทุกสารทิศในจักรวาล พระพุทธเจ้าทั้งหลายได้เสด็จมาช่วยเหลืออย่างมืดฟ้ามัวดินประหนึ่งพายุหิมะมันอ่อนนุ่ม ด้วยอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าทั้งมวล
พระองค์ได้รวมกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเอง พระอวโลกิเตศวรได้มี 11 เศียร พันกร ทุกฝ่าพระหัตถ์มีพระเนตร แสดงถึงการผนึกแน่นเป้นหนึ่งเดียว ระหว่างปัญญาและอุปายโกศล อันเป็นเครื่องหมายของกรุณาที่แท้ ด้วยรูปลักษณ์นี้ พระองค์จึงสว่างไสวและทรงอำนาจในการช่วยสรรพสัตว์ยิ่งกว่าแต่ก่อน พระกรุณาได้แผ่ขยายยิ่งกว่าเดิม ขณะที่พระองค์ทรงย้ำคำอธิษฐานเบื้องหน้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายว่า "ข้าพเจ้าจะไม่ขอตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จนกว่าสรรพสัตว์จะบรรลุธรรม"

กล่าวกันว่า ด้วยความโศกเศร้าในความทุกข์ในวัฏสงสาร พระอัสสุชลสองหยดได้หลั่งจากพระเนตรของพระองค์ แต่พระพรของพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้แปรเปลี่ยนพระอัสสุชลทั้งสองให้กลายเป็นพระนางตาราสองพระองค์ องค์แรกมีร่างสีเขียว เป็นตัวแทนแห่งพลังอันแข็งขันของการุณยธรรม ส่วนอีกองค์นั้นมีสีขาว เป็นตัวแทนแห่งกรุณาของมารดา พระนางตาราหมายถึง "พระนางผู้ปลดเปลื้อง" ผู้ทรงล่องเรือข้าม "ห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏ"

ในพระสูตรมหายานได้กล่าวถึงพระอวโลกิเตศวรว่า ทรงถวายมนตร์ของพระองค์แก่พระพุทธเจ้าด้วยพระองค์เอง ส่วนพระพุทธเจ้าก็ทรงมอบภารกิจอันสูงแก่พระองค์ในการช่วยสรรพสัตว์ในจักรวาลให้ได้บรรลุพุทธภาวะ ณ ตรงนี้เอง เทวดาทั้งหลายได้โปรยดอกไม้ลงมาให้แก่ทั้งสองพระองค์ พสุธาไหวสะเทือน อากาศดังกระหึ่มด้วยเสี่ยง โอม มณี ปัทเม หุม หริ

กวีได้รจนาว่า

อวโลกิเตศวรดังดวงจันทร์
แสงนวลได้ดับเพลิงแห่งสังสารวัฏ
ดอกบัวแห่งการุณยธรรมที่บานยามค่ำคืน
แย้มกลีบกว้างท่ามกลางรัศมีวันเพ็ญ

มีคำสอนอธิบายว่าแต่ละพยางค์ของมนตร์ โอม มณี ปัทเม หุม มีอานิสงค์ โดยเฉพาะในการแปรเปลี่ยนตัวเราในระดับต่างๆ ทั้งหกพยางค์ ชำระล้างอย่างสิ้นเชิงซึ่งอกุศลจิตทั้งหก อันเกิดขึ้นจากอกุศล และทำให้เรากระทำ อกุศลกรรมทั้ง กาย วาจา ใจ ก่อให้เกิดสังสารวัฏและความทุกข์ มานะ ริษยา ตัณหา อวิชชา โลภะ และโทสะ ถูกมนตร์แปรเปลี่ยนให้กลับคืนสู่สภาวะเดิมแท้ของมัน อันได้แก่ ปัญญาญาณแห่งพระพุทธเจ้าทั้งห้าวงค์ ซึ่งปรากฏ ซึ่งปรากฎแสดงในโพธิจิต

ดังนั้นเมื่อเรากล่าวมนตร์ โอม มณี ปัทเม หุม อกุศลจิตทั้งหกซึ่งเป็นสาเหตุแห่งภพทั้งหกของสังสารวัฏจึงถูกชำระล้างนี่คือสาเหตุว่าเหตุใด การออกเสียงหกพยางค์จึงป้องมิให้ไปเกิดใหม่ในภพทั้งหก และยังขจัดความทุกข์ที่แฝงอยู่ในภพดังกล่าว ขณะเดียวกับที่การกล่าว โอม มณี ปัทเม หุม ได้ชำระล้างขันธ์ทั้งห้า และทำให้ บารมีทั้งหกของโพธิจิตถึงความพร้อมสมบูรณ์ อันได้แก่ ทาน ศีล ขันติ วิริยะ สมาธิ ปัญญา ยังกล่าวด้วยว่า โอม มณี ปัทเม หุม ยังช่วยปกป้องให้พ้นจากอกุศลทุกชนิดและโรคภัยทั้งปวง

บ่อยครั้ง มีการเติม หริ หรือ พยางค์หน่อเนื้อเชื้อของอวโลกิเตศวร ในมนตร์บทนี้ กลายเป็น โอม มณี ปัทเม หุม หริ สาระของการุณยธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งมวล หรือ หริ เป็นตัวเร่งที่กระตุ้นการุณยธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายให้แปรเปลี่ยนอกุศลจิต ให้คืนสู่ธรรมชาติเดิมแท้อันกอปรด้วยปัญญา

ท่านคาลุ รินโปเช กล่าวว่า

มีการตีความมนตร์บทนี้อีกอย่างหนึ่งว่า เสียง โอม คือสารัตถะแห่งรูปของผู้เข้าถึงความรู้แจ้ง มณี ปัทเม หรือ พยางค์ทั้งสี่ กลางบท หมายถึง คำพูดของผู้บรรลุธรรม และ พยางค์สุดท้าย หุม หมายถึง จิตใจของผู้เข้าถึงความรู้แจ้ง กาย วาจา และ ใจของพระพุทธเจ้าและ พระโพธิสตว์ทั้งหลายดำรงอยู่ในเสียงของมนตร์บทนี้ มนตร์บทนี้ได้ชำระล้างสิ่งเคลือบคลุมครอบงำกาย วาจา และใจ ทั้งยังนำสรรพชีวิตเข้าสู่ความรู้แจ้ง เมื่อมนตร์บทนี้ประกอบเข้ากับศรัทธา และ วิริยะ ในการบำเพ็ญสมาธิภาวนาและการสาธยายมนตร์ อานุภาพในการแปรเปลี่ยนของมนตร์บทนี้ได้บังเกิดและเพิ่มพูน เป็นไปได้จริงๆ ที่ชำระล้างตนเองด้วยวิธีนี้

สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับมนตร์บทนี้ และ สาธยายด้วยความจริงจังและศรัทธาตลอดชีวิต คัมภีร์มรณศาสตร์แห่งธิเบต ได้กล่าวไว้ในบาร์โด" เมื่อเสียงแห่งธรรมดากัมปนาทประหนึ่งอสนีบาตนับพัน ขอให้เสียงเหล่านี้กลายเป็นเสียงหกพยางค์ " ในทำนองเดียวกัน สุรังคมสูตรได้กล่าวไว้ว่า

เสียงทิพย์แห่งอวโลกิเตศวรเจ้าช่างลึกลับและงดงามยิ่ง เป็นเสียงปฐมกัลป์แห่งจักรวาล... เป็นเสียงกระซิบของกระแสน้ำขึ้นลงของทะเลภายใน เสียงลึกลับนี้ทำให้ความหลุดพ้นบังเกิดแก่สรรพชีวิตผู้เรียกหาความช่วยเหลือด้วยความทุกข์ทรมาณ อีกทั้งยังนำความสงบมาให้แก่สัตวืทั้งหลาย ผู้แสวงหาสันติอันไร้ขอบเขตแห่งพระนิพพาน


...ปล คัดบางส่วนมาจาก หนังสือ ประตูสู่สภาวะใหม่ : คำสอนธิเบตเพื่อเตรียมตัวตายและช่วยเหลือผู้ไกล้ตาย ของ ท่านโซเกียล รินโปเช
สมาชิกใหม่ทุกท่าน >>> กดที่นี่

ท่านเป็นเช่นนี้หรือไม่ ?
1 login ... เข้าเวป
2 หาเพลงโหลด
3 มีให้โหลด ตอบเพื่อโหลด ไม่มีให้โหลด ไปข้อ4
4 logout ... ไปดีกว่า
อา-ราย-หว่า ???

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
 
 
กระโดดไป:  






Saisampan.net
สายสัมพันธ์ - เพลงลูกทุ่งเก่า (เก่ากว่าที่ท่านคิด)
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2011, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!